การมีชีวิตด้วยจิตว่าง (เสียงท่านพุทธทาส)
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาจะพูดกับท่านทั้งหลายโดยหัวข้อว่า การมีชีวิตด้วยจิตว่าง การมีชีวิตด้วยจิตว่างนี่คืออะไร คือสิ่งที่ท่านยังไม่รู้ จะพูดใส่หน้ากรอกหูลงไปเลยว่า คือสิ่งที่ท่านยังไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตด้วยจิตว่างอย่างไร ไม่รู้ว่าการมีชีวิตด้วยจิตว่างคืออะไร
การมีชีวิตด้วยจิตว่างก็คือ จิตที่รู้จักสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง ไม่ไปเป็นทาสของสิ่งใดๆ ไม่ไปติดผูกพันอยู่กับสิ่งใดๆ เป็นจิตว่าง เป็นจิตอิสระจากสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก อย่างนี้เรียกว่าจิตว่าง จิตฉลาด จิตคิดลึกได้รวดเร็ว สำหรับจะว่าง ไม่เป็นจิตโง่ งุ่มง่าม เข้าไปหลงใหลยึดถือในสิ่งใด ก่อนแต่จะทำ กำลังทำ ทำเสร็จแล้ว จิตโง่มันก็ยึดถือตลอดเวลา มันก็แบกภูเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นจิตวุ่น เป็นจิตที่ติดอยู่กับสิ่งนั้นๆ มันไม่ว่างถ้ามีสติปัญญารู้เพียงพอในเรื่องของธรรมชาติ เรื่องกฎของธรรมชาติ เรื่องหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ เรื่องพ้นจากหน้าที่เป็นต้นแล้ว ก็รู้ว่าธรรมชาติทั้งหลายมันเป็นอย่างนั้นเอง จะไปหมายมั่นตามความต้องการของเราไม่ได้ เราก็ไปเกี่ยวข้องกับิ่งเหล่านั้นโดยไม่ต้องหมายมั่น คือด้วยจิตที่เป็นอิสระ
มีจิตเป็นอิสระจากทุกสิ่ง นี้เรียกว่าจิตว่าง ว่างจากอะไร ว่างจากกิเลสที่เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น เต็มอยู่ด้วยสติปัญญาที่จะควบคุมสิ่งเหล่านั้น ที่จะจัดการกับสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่เป็นอิสระ จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย สะดุ้งหวาดเสียว วิตกกังวล ระแวง ไม่ต้องเป็นโรคประสาทให้ละอายแมว คนมีจิตวุ่นผูกพันกับสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนจะทำ กำลังทำ ทำเสร็จแล้วก็มีจิตวุ่นอยู่ด้วยสิ่งเหล่านั้น มันจะต้องเป็นโรคประสาทให้ละอายแมว ละอายสุนัขด้วย ละอายสัตว์ทุกชนิดที่มันไม่เป็นโรคประสาท
คนกินยาแก้ปวดหัว แมวไม่ต้องกิน คนกินยาระงับประสาท แมวไม่ต้องกิน คนกินยาระงับปวดหัว ระงับโรคประสาทเป็นตันๆ ทั้งโลก แล้วก็ยังปวดหัว แล้วก็ยังเป็นโรคประสาท แมวไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัวไม่ต้องกินยาระงับประสาท แมวก็ไม่เป็นโรคประสาทซักตัวนึง เราก็คิดดูเถอะ น่าละอายหรือไม่น่าละอาย ถ้าเราจะคำนวณดูในโลกนี้กินยาแก้ปวดศีรษะ กินยาระงับประสาท ทั้งโลกนะ จะกี่ตันกี่สิบตัน ก็ยังมีคนเป็นโรคประสาท ประเทศไทยนี้ว่ามีคนเป็นกันเป็นแสนๆ ทั้งโลกนี้จะเป็นกันกี่สิบล้านกี่ร้อยล้าน ทั้งที่กินยา แมวไม่ต้องกินยาสักเม็ดนึงมันก็ไม่ปวดหัว
สัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกันแหละ เนี่ยเค้าว่าสัตว์มันอยู่ด้วยจิตว่างไม่หมายมั่นยึดถืออะไร เป็นตัวกูเป็นของกู ไอ้คนเนี่ยมันยึดถืออะไรเป็นตัวกูเป็นของกูไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง รอบด้านทุกประการ มันอยู่ด้วยความยึดถือ ยึดถือในสิ่งใดก็เป็นธาตุของสิ่งนั้น เนี่ยเป็นหลักธรรมะสูงสุดซึ่งควรจะรู้ไว้ว่าเราไปยึดถือในสิ่งใดเราก็จะเป็น ทาสของสิ่งนั้น เรายึดถือ จนไปหลงรักมัน เราก็เป็นทาสของสิ่งที่เรารัก เราไปยึดถือจนโกรธมัน เกลียดมัน เราก็เป็นทาสของสิ่งที่เราเกลียดเราโกรธ เพราะเราต้องไปเกลียดมัน ต้องไปโกรธมัน กลัดกลุ้มร้อนรนอยู่ด้วยความโกรธและความเกลียด ถ้าเราไปยึดถือ หลงใหลมัน สงสัยมัน วิตกกังวลมัน ก็เป็นทาสของสิ่งนั้น ในรูปนั้น จึงเรียกว่า โลภ โกรธ หลง สามอย่างนี้เป็นผลของความยึดถือ ยึดถือในสิ่งใดแล้วก็ต้องเป็นทาสของสิ่งนั้น
ไม่หมายมั่นเป็นตัวกูของกู

คือสิ่งนั้นมาย่ำยีหัวใจเราได้ บังคับใช้เราได้ ให้ไปหาอะไรก็ ได้ ให้ไปฆ่าใครก็ได้ ให้ไปกระโดดน้ำตายเองก็ได้ นี่เรียกว่าไม่มองเห็นวสิ่งนั้นๆ ตามที่เป็นจริงแล้วก็เข้าไปยึดถือ เข้าไปยึดถือแล้วจิตมันก็ไม่ว่าง มีคนโง่เขลาที่เป็นครูบาอาจารย์ก็มี พูดว่าจิตว่างไม่ได้ จิตต้องคิดนึกเสมอ ถูกแล้ว จะคิดนึกอย่างไม่ยึดถือนั่นแหละ คือว่าง คิดนึกอย่างไม่ยึดถืออะไรมาเป็นของกูมาเป็นตัวกูนั่นคือจิตว่าง ถูกแล้วจิตมันต้องคิดนึก ต้องรับอารมณ์ ต้องคิดนึก แต่อย่าโง่ไปยึดถือ มันก็เรียกว่าว่าง จิตไม่ยึดถือในสิ่งใดจิตก็ว่างจากสิ่งนั้น เหมือนกับมือของเรานี่ ถ้าไม่ไปจับถือสิ่งใดก็เป็นมือที่ว่าง ไม่ไปติดอยู่กับสิ่งใด เนี่ยมือมันว่าง
ที่เรามีจิตที่มองเห็นสิ่งทั้งปวงว่ามันเป็นอย่างไรตามที่เป็นจริงแล้ว ไม่ไปยึดถือคือไม่หมายมั่นเป็นตัวกูของกู แม้แต่ชีวิตร่างกายนี้ก็มีได้ ใช้มันได้โดยไม่ต้องยึดถือว่าเป็นตัวกูของกู การงานก็ทำได้ ทั้งที่ไม่ต้องยึดถือเป็นตัวกูของกู เพราะมันทำด้วยสติปัญญาที่มีอยู่ในนามรูป ที่ควบคุมอยู่ด้วยสติปัญญาอันถูกต้อง ไม่ใช่ความโง่ จิตก็ควบคุมนามรูปนี้ให้ทำอะไรไปได้ตามหน้าที่ โดยไม่ต้องเป็นทุกข์ ถ้าจิตมันโง่ จิตมันไม่ว่าง เต็มไปด้วยกิเลส เต็มไปด้วยอวิชชา มันก็ให้ร่างกายนี้ นามรูปนี้ทำอะไรไปด้วยความโง่ ก็มีความทุกข์ ไม่ว่างจากกิเลส ไม่ว่างจากความทุกข็ จิตนั้นไม่ว่างจากกิเลส จิตนั้นไม่ว่างจากความทุกข์
เราเรียกว่าจิตไม่ว่าง ไม่ว่างคืออยู่กับกิเลส อยู่กับความทุกข์ ถ้าจิตว่างคือจิตที่เป็นอิสระ เต็มอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะ เต็มอยู่ด้วยสติปัญญา ประพฤติกระทำถูกต้องหมดทั้งทางกาย ทางวาจา และทางจิตเอง คือจิตว่างจึงนำพาชีวิตไปในทางที่สงบเย็น ถ้าเรามีชีวิตด้วยจิตว่าง เราก็มีชีวิตที่เย็น
ขอบคุณ vcharkarn.com
ยอดนักจำ (3) จากหนังสือ ยอดนักจำ แฮร์รี่ โลเลน เขียน คุณธรรมรงค์ น้อยคูณ แปลเรียบเรียง
จริงๆ ตอนนี้นะครับ ผมได้สรุปจาก ตอนที่ชื่อว่า นิสัยคือความจำได้ บางอันก็คัดลอกมานะครับ ผมว่ามันดีมากนะครับถ้าคุณซื้อหนังสือ ฉบับจริงมาครับ แต่อย่างไรก็ตามผมจะสรุปให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจแนวคิดของผู้เขียนครับ
โทมัน เดอ ควินซี (Thomas De Quincey 1785 – 1859) เป็นนักเขียนชาวอังกฤษ ได้กว่าไว้ว่า “ผมเองมั่นใจ เรื่องที่จะให้คนลืมสิ่งใดหนึ่งเสียงจนสนิทนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ใครเล่าจะลบร่องรอยซึ่งครั้งหนึ่งเคยประทับลงบนความจำเรียบร้อยแล้ว” ถ้าจะคิดให้เดียวนะครับ ความรู้ทั้งหมดส่วนมากแล้วเกิดจากความจำ มีคนเถียงไม่ครับ บางคนว่าแล้วคณิตศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องใช้ความจำก็ได้นี่ อันนี้ต้องอาศัยความเข้าใจ ลองนั่งทบทวนดูครับ ว่าคุณเริ่มเรียนคณิตศาสตร์ คุณต้องจำตัวเลข ให้ได้เสียก่อน คุณต้องจำเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ให้ได้ก่อน เท่านั้นยังไม่พอ คุณต้องจำสูตรคูณให้ได้ด้วย อันนี้มันก็ต้องใช้ความจำล้วนๆ รวมถึงสูตร ทฤษฎีต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ อีก มีนักนักปรัชญาของกรีก ท่านหนึ่งกล่าวว่า “ความรู้คือความจำได้” เพลโต นั่นย่อมหมายความว่า คนที่ฉลาด คนที่มีความรู้ต้องจำได้เสียก่อน ถึงจะสามารถนำความจำมาคิดคำนวณ มาใช้เป็นอาวุธ แต่เราจะใช้อาวุธอย่างไร ใช้กับสถานการณ์ อันนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของแต่ละคนครับ แต่ถ้าคุณมีแต่ความฉลาด เฉลียว แต่ไม่มีความจำอะไรเลย ก็เปรียบเสมือน “คุณเป็นคนเก่ง ที่ขาดอาวุธ” อีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าใครยังคิดแย่งอยู่ ก็คือ “หากคุณจำตัวอักษรไม่ได้ คุณก็อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ได้” ลองคิดดูง่ายๆ ครับ หากคุณลืมทุกสิ่ง ทุกอย่าง เหมือนเด็กแรกเกิด ลืมภาษาไทย ลืมสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา อันนี้แหละครับ คุณะเห็นว่าความจำนั่นสำคัญอย่างไร มันสำคัญจนคุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
เทคนิคการช่วยจำ มีบทบาทสำคัญต่อการจดจำที่มีการฝึกฝน เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วครับ เช่นคำว่า นีมอนิก Menemonic แปลว่าเทคนิคการช่วยความจำ ก็มาจากคำว่า นีมอซินี Mnemosyne เป็นชื่อเทพธิดาองค์หนึ่งของกรีก คือเทพธิดาแห่งความทรงจำ นั่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า เทคนิคหรือแนวคิดของความจำนั่น ได้ถูกให้ความสำคัญมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว แต่เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ระบบการจำที่ได้ฝึกฝน นั้นยังมีน้อยคนนักที่นำมาใช้กัน คนที่นำมาใช้ส่วนมากจะแปลกใจกับความสามารถของตน ในการที่สามารถจดจำเรื่องต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ และบางคนที่ฝึกใช้แนะเทคนิคความจำเหล่านี้มาใช้ นั่นเห็นค่ายิ่งเกินกว่าจะไปถ่ายทอดให้คนอื่น นั่นคือ เขาอยากที่จะเป็นคนคนเดียวภายในบริษัทที่สามารถจำรหัสและรายชื่อพนักงานทุกคนได้ เขาอยากเป็นคนเดียวที่สามารถจำรายการสินค้า รวมถึงราคาได้ร้านได้ทั้งหมด เขาอยากเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้ทุกคนในทีประชุมตะลึงงงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับความจำที่ได้ฝึกฝน ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้เขียน ซึ่งเห็นว่า การฝึกฝนความจำควรนำมาเผยแพร่ นั้นก็คือเป็นจุดประสงค์หลักของหนังสือยอดนักจำ โดยจุดประสงค์ของผู้เขียน ต้องการให้ผู้อ่านมีความเป็นเลิศด้านความจำนั่นเอง โดยจะมีวิธีการมากมายในการที่จะฝึกฝน ล้วนจะทำให้คนรอบกายคุณ เพื่อน ญาติ มิตร สหายได้แปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงของคุณ มันช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก ยิ่งกว่านั้น จะมีแบบฝึกหัด รวมถึงแนวคิด ที่ท่านสามารถจะประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ท่านอาจจะสงสัย เรื่องขีดจำกัดของความจำ “ความจำของคนเราไม่มีขอบเขต” ยกตัวอย่าง ลูเซียส สกิปิโอ จำชื่อคนในกรุงโรมได้ทุกคน ไซรัส (Cyrus) จำชื่อทหารของเขาได้ทั้งกองทัพ เซเนากา (Seneca) จำบทความที่มีความยาวราวสองพันคำ แล้วถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด ขอให้ได้ฟังเพียงครั้งเดียว
ผมเชื่อว่าคุณยิ่งจำได้มาก ความสามารถของคุณย่อมมีมากขึ้น คำจำเหมือนกับกล้ามเนื้อบางส่วนในร่างกาย กล้ามเนื้อจะทำหน้าที่และใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ต้องได้รับการฝึกออกกำลังและพัฒนาอยู่เสมอ ความจำก็เช่นกัน ต้องฝึกจำอยู่บ่อยๆ จะต่างกันอยู่ตรงกันว่า กล้ามเนื้อตึกเครียด เนื่องจากออกกำลังกายมากเกินไป แต่ความจำไม่เป็นเช่นนั้น คุณสามารถรับบทเรียนการฝึกความจำได้ เหมือนคุณรับบทเรียนหรือถูกสอนเกี่ยวกับวิชาการอย่างอื่น ว่าตามความเป็นจริง แล้ว การเรียนรู้เรื่องความจำนั่น ง่ายเสียยิ่งกว่าเรียนรู้ด้านดนตรีเสียอีก ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ คุณแต่เพียงอ่านออกเขียนได้ อ่านภาษาอังกฤษได้บางคำ มีสามัญสำนึกอย่างคนทั่วไป เพียงเท่านี้ก็มีคุณสมบัติที่เพียงพอแล้วสำหรับการฝึกเทคนิคความจำ เมื่อคุณได้ฝึกความจำหรือมีความจำที่เกิดจากการฝึกแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ คุณจะมีสมาธิ ความตั้งใจมั่นสูง มีความช่างสังเกตละเอียดลออขึ้น บางทีพลังจิตนาการของคุณ อาจจะเพิ่มปริมาณทั้งกว้างและไกล
โปรดจำไว้ว่า เรื่องที่ว่าความจำไม่ดีนั้นไม่เคยมี คำพูดนี้อาจจะทำให้คนที่ชอบอ้างว่าความจำไม่ดีมาหลายปีดีดัก ต้องตกใจไปตามๆ กัน “ความจำไม่ดีนั้นไม่เคยมี จะมีก็แต่ความจำที่ได้รับหรือไม่ได้รับการฝึกเท่านั้น” ความจำที่ไม่ได้รับการฝึกนั่นจะเป็นความจำแบบชั่วครั้งชั่วคราว เพียงชั่วขณะหนึ่งคุณก็จำไม่ได้เสียแล้ว หรืออาจจะมีความจำเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น คุณจำชื่อเพื่อนได้มากมายแต่คุณไม่สามารถจำเบอร์โทรศัพท์ได้ มีคนจำนวนมาก มีความจำเป็นเลิศ แต่ต้องเสียเวลาในการนึก หรือบางคนจำอะไรได้รวดเร็ว แต่จำอะไรก็ไม่ค่อยได้นาน หากคุณนำระบบและวิธีการของผู้เขียนได้กล่าวในหนังสือ (แนะนำให้ลองซื้อหากันดูนะครับ) รับรองได้ว่า คุณจะต้องนึกอะไรออกได้อย่างรวดเร็ว และจดจำอะไรได้นานเลยทีเดียว
คุณจำอะไรได้นั่น คุณต้อง “โยง” สิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่คุณเคยรู้อยู่แล้ว ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง แน่นอนครับ ทุกคนพูดว่าคุณจำอะไรได้มากมายและจำได้จริงๆ โดยไม่เห็นจะต้องโยงเชื่อมกับอะไรเลย ที่พูดอย่างนั้นก็ถูก ถ้าหากคุณโยงบางสิ่งเข้ากับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วอย่างที่คุณก็รู้ตัว นั่นแสดงว่าคุณเริ่มมีความจำตามที่ได้รับการฝึกฝนแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งที่คุณจำได้ ต้องถูก โยง ให้เข้ากับสิ่งที่คุณเคยรู้ และเคยจำมาก่อน แต่ตัวคุณเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันโยงเข้ากันอย่างไร ที่จะตอบได้ก็คือ “โดยจิตใต้สำนึก” เราไม่มีโอกาสรู้หรอกว่าจิตใต้สำนึกของเราทำงานอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นตรงนั้นบ้าง ถ้ารู้พวกเราคงตกใจกันแน่ จิตใต้สำนึกทำหน้าที่ผูกอะไรไว้อย่างแข็งแรง ก็เท่ากับเราจำสิ่งนั้นได้ดี อะไรผูกไว้อย่างหละหลวม เรามักจะลืมสิ่งนั้น เนื่องจากความงอกงามทางมันสมองที่ละเอียดลอออย่างนี้ เกิดขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ตัวคุณเองจึงช่วยอะไรไม่ได้ แล้วก็มาถึงจุดสำคัญของเรื่อง คือ ผมเองต้องการจะบอกกล่าววิธีการเชื่อมโยงสิ่งที่ต้องการจะจำ โดยใช้ จิตใต้สำนึก เมื่อรู้จักเชื่อมโยงแล้ว คุณจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความจำที่ฝึกมาแล้วอย่างดี
โปรดจำไว้ว่า วิธีการจำทีผมพูดไว้ในหนังสือเล่มนี้ เป็นวิธีการช่วยเหลือความจำที่เป็นปกติหรือความจริงของคุณ ก็ความจำที่ว่ามาแล้วเท่านั้นเองที่ทำงานให้กับคุณ ไม่ว่าคุณจะทราบหรือไม่ก็ตาม อะไรที่เป็นความจำแบบการฝึก อะไรที่เป็นความจำตามธรรมดานั้น หากจะตีเป็นเส้นกั้นออกมากก็มีอยู่เพียงบางๆ เท่านั้น และเมื่อคุณใช้ระบบที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนี้ต่อไปเรื่องๆ เส้นกั้นที่มีอยู่เพียงบางๆ นั้นจะจืดจางหายไป
ความมหัศจรรย์ของเรื่องราวทั้งหมดก็คือ พอคุณใช้ระบบนี้ไปสักพัดระบบนี้จะกลายเป็นของธรรมดาและจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติซึ่งคุณเองจะใช้มันได้โดยไม่รู้ตัว
ฝันว่าเห็นชลธี สายน้ำ ลำธาร ลำคลอง ทะเล ทะเลสาบ บึง หนอง ขอทำนายว่า ช่วงนี้จะมีเรื่องที่ต้องเดินทาง ออกเดินทางไปในสถานที่ห่างไกลจากบ้าน จากถิ่นกำเนิน แต่ไปในสถานที่ที่ดีกว่า จักนำความสุขในชีวิตมาให้ท่านและครอบครัว จะทำให้มีชีวิตที่ก้าวหน้ากว่าที่เดิม สถานที่ใหม่ จะมีแต่เรื่องดีๆ ไม่ต้องกลัวในกรณีที่ท่านโยกย้ายงานใหม่ เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ หรือเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ หรือเดินทางไปต่างประเทศ จะทำให้ท่านพบเรื่องที่ดี เรื่องที่มีความสุข จากสถานที่ใหม่ๆ จากที่ทำงานใหม่ๆ ความสำเร็จเริ่มต้นจากที่นี้ จงมั่นใจ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ มุมานะทำเรื่องที่ควรทำ ให้สำเร็จแล้วสิ่งที่ดี จะนำซึ่งความสุข สมปรารถนา
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 1 4 9
ฝันว่าเห็นชฎา ส่องแสงแวววาว ขอทำนายว่า ท่านจักมีชื่อเสียง โด่งดัง กึกก้อง แต่ขอให้ระวัง อาจจะมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี แต่โดยมากมักจะมีชื่อเสียงในทางที่ดี ช่วงนี้ท่านควรทำความดี ไม่ควรทำสิ่งชั่วร้ายใดๆ แต่ถ้าท่านฝันเห็นคนกำลังเล่นละครโดยตัวเอกส่วนใส่ชฎา ขอทำนายว่า ท่านจะมีดวงดี มีโชคในด้านหน้าที่การงาน อาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง ยศฐานบรรดาศักดิ์ มีตำแหน่งใหญ่โตขึ้น ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นของท่านที่ถืออยู่อาจจะตกในระยะแรก แต่ในระยะหลัง จะทำกำลังมากมาย ในถือไว้ อย่าเพิ่งขาย ในกรณีที่ท่านลงทุนค้าขายก็เหมือนกัน ช่วงแรกอาจไม่ดีนัก แต่สุดท้ายจะกำไรมหาศาล จนไม่สามารถคาดคิดถึงได้ ในกรณีซื้อขายที่ดิน ในช่วงแรกราคาจะตก แต่หลังจากนั้นที่ดินจะขึ้นเยอะมาก ขอให้ท่านลงทุนอะไรก็ตาม ในช่วงแรกไม่ แต่ช่วงหลังจะดีมาก
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 1 5 9
ฝันว่าเห็นแม่ชี ขอทำนายว่า จะพบความสุขสมหวังในช่วงระยะเวลาต่อไปนี้ นับจากวันที่ฝันไปประมาณ เจ็ดวัน จะพบกับสิ่งที่สดชื่นเย็นใจ เย็นกาย มองไปทางไหน ก็สบายกายสบายใจ ไม่มีสิ่งใดที่คอยขัดขวางความสำเร็จที่กำลังรออยู่ข้างหน้า หวังสิ่งใดจักได้สิ่งนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็ขอให้เสี่ยงโชค อาจมีดวงถูกหวย ถึงไม่มากมาย แต่ก็ไม่น้อยนัก ท่านที่กำลังจะมีลูกในช่วงนี้ ของทำนายว่า ลูกจักเป็นผู้หญิง จักสร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูล จะทำให้นามสกุลของท่านเป็นที่รู้จักไปทั่ว ขจรไกล ลูกจะนำความสุขกายสุขใจ ไปให้ท่านตลอดไป กตัญญูกตเวที มีน้ำจิตน้ำใจ สัมมาคารวะ รู้จักผิดชอบชั่วดี
ตัวเลขเสี่ยงโชค 6 9
ฝันเห็นเชือก หรือ ท่านกำลังถูกเชือกมัดอยู่ ขอทำนายว่า ท่านที่มีตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นราชการ หรือเอกชน หรือหัวหน้างาน หัวหน้าคน ในช่วงนี้ขอให้ระวังให้จงหนัก อาจจะถูกย้ายงาน จากที่สูงลงไปหาที่ต่ำ หรืออาจจะถูกโยกย้ายจากที่เจริญแล้วไปสู่ที่ด้อยพัฒนา อย่างดีที่สุด ก็ถูกย้ายแบบเสมอตัว ไม่ร้ายไปกว่าเดิม แต่ไม่ได้ดีขึ้น ตำแหน่งอาจจะสูงขึ้นแต่ร้ายได้ ชื่อเสียงอาจจะน้อยลงกว่าเดิม อีกตำราหนึ่งกว่าว่า อาจจะถูกลอบทำร้าย ศัตรูปองร้ายหมายชีวิต ให้ท่านระมัดระวัง ในช่วงนี้ไม่ให้เดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว ให้เพิ่มความระมัดระวัง ศัตรูคู่อาฆาต อาจจะจองเวรไม่หยุดยั้ง จงระวัง มั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ให้เลิกอาฆาต มั่นทำใจให้สงบเข้าวัดเข้าวา อย่างน้อย ห้าวัน เจ็ดวันแล้วแต่ความเหมาะสม
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 1 5 8
ฝันว่าเห็นช้าง หรือได้ขี่ข้าง ขอทำนายว่า จะได้รับสิ่งของโชคลาภ อันใหญ่ยิ่งเท่ากับช้างที่ท่านได้เห็น หรือได้ขี่ รวมถึงวาสนา ตำแหน่งหน้าที่การงาน ใหญ่ตามเท่ากับที่ท่านได้เห็น หรือ ได้รับโชคก้อนโต เท่ากับช้างที่ท่านเห็น อันนี้แล้วแต่ท่านว่าฝันเห็นช้างตัวเล็กหรือตัวใหญ่ บางตำราว่าหากท่านจับช้างได้ ทำนายว่า จะได้รับข่าวที่ดีจากเพื่อน ญาติ มิตร ที่ห่างไกล ข่าวดีนั้นอาจจะเป็น เพื่อน ญาติ มิตร พี่น้อง เดินทางมาพบ มอบสิ่งสำคัญ หรือ มีข่าวแต่งงานเกิดขึ้น รวมถึงโชคลาภวาสนา ก็อาจเป็นไปได้ รวมความแล้ว ถ้าฝันเห็นช้าง จักเป็นข่าวดี มีมงคล
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 4 6 9
ฝันว่าเห็น ฉลองพระบาท (รองเท้าของกษัตริย์) ขอทำนายว่า ท่านจักได้รับโชคลาภ วาสนา จากหัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา เจ้านาย ผู้ใหญ่ ญาติ มิตรสหายที่อายุมากกว่า จะให้ความช่วยเหลือ ในทุกกรณีที่ท่านต้องการ อาจจะได้รับการช่วยเหลือในหน้าที่การงาน เช่น เลื่อนตำแหน่ง มอบหมายหน้าที่ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของท่าน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง สำหรับท่านที่เป็นทหาร หรือ ตำรวจ ข้าราชการ ท่านที่ทำงานในบริษัท อาจจะสัมภาษณ์แล้วได้งานใหม่ งานที่มีเงินเดือน หรือตำแหน่งที่สูงขึ้น มีหน้ามีตามากขึ้น
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 2 5 9
ฝันว่าเห็นฉัตร หรือ ฉัตรเงิน ฉัตรทอง ขอทำนายว่า เจ้านาย ผู้ใหญ่ หัวหน้างาน จะให้ความสำคัญกับท่านเป็นอย่างมาก ในหน้าที่การงาน หรือ อาจมอบหมายการงานที่ท้าทาย เหมาะสม ช่วยให้ท่านได้เลื่อนชั้น ตำแหน่ง หน้าที่การงานได้ดีขึ้น รวมถึงญาติผู้ใหญ่ อาจให้ความช่วยเหลือ ในกรณีที่ท่านประสบเคราะห์ ท่านจะมีผู้ช่วยช่วยเหลือท่าน อย่างทันท่วงทีตามที่ท่านต้องการ การช่วยเหลือนั้น อาจจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง หน้าที่การงาน สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้ท่านมีความสุข ไร้ความทุกข์กังวล ช่วงนี้ถ้าสามารถเสี่ยงโชค ได้ก็ขอให้เสี่ยงตามความเหมาะสม
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 1 5 7 9
ฝันว่าได้เห็นฉิ่ง ฉาบ หรือกำลังจับ หรือ ตีฉิ่ง ฉาบ ขอทำนายว่า ถ้าท่านกำลังจะมีลูก ตั้งครรภ์ หรือ กำลังแต่งงาน หรือ แต่งงานแล้วหวังว่าจะได้ลูก ท่านจักได้บุตรที่ดี มีคุณธรรม ท่านจะได้บุตรธิดาที่มีความสามารถความรู้ ท่านใดหวังจะได้จักได้ลูกที่ดีสมปรารถนา ใครใคร่อยากใดบุตรชาย จักได้บุตรชาย ใครใคร่อยากได้บุตรสาว จักไดบุตรสาวตามความต้องการ ส่วนท่านใดยังไม่ได้แต่งงาน ขอทำนายว่า จักได้พบคู่ครองสมดังตั้งใจ เนื้อคู่ คู่ครองเป็นคนดีเหมาะสม โดยฐานะ ตำแหน่งหน้าทีการงาน มีหน้ามีตา เหมาะกับท่านเป็นอย่างยิ่ง หากท่านต้องการเสี่ยงโชค ในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ดีอาจได้ลาภลอย เกี่ยวกับด้านทรัพย์สิ้นเงินทอง ขอให้ท่านเสี่ยงโชคอย่างสมควร อย่าได้เสี่ยงมากเกินไป เสี่ยงมากจะได้น้อยหรือไม่ได้เลย เสี่ยงน้อยจักได้มาก
ตัวเลขสำหรับเสี่ยงโชค 0 2
Posted in ทำนายฝัน
|
Tagged ทำนายฝัน
|